วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มาใช้ผ้าคลุมรถกันน้ำท่วมเพื่อป้องกันรถคุณจากน้ำท่วมกันเถอะ





ตอนนี้พี่น้องคนไทยกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ตามห้างร้านก็เปิดให้เอารถเข้าไปจอดกันบนที่สูงได้ ถ้า

หากว่าคุณสะดวกอย่างงั้น นั่นก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการป้องกันไม่ให้รถของคุณโดนน้ำท่วมได้ แต่วันนี้

เรามี idea ใหม่ ที่อาจจะป้องกันน้ำจากรถของคุณได้ไม่ยาก จากการใช้ “ถุงคลุมกันน้้ำแบบกลับหัวกลับ

หาง” ซึ่งก็น่าจะป้องกันน้ำท่วมได้จริงเหมือนกันครับ

ตอนแรกผมก็ Google หาดูว่า จะมีสินค้าประเภท ถุงพลาสติกคลุมรถ หรือไม่เพราะเคยเห็นในข่าวเมื่อ

ตอนน้ำท่วมครั้งก่อนแต่ปรากฏว่า ก็ยังไม่ได้ทำเป็นสินค้ามาขาย และค้นหาไมเจอใน internet แต่

อย่างใดครับ เพราะงั้นถ้าหากว่าชอบ concept ของถุงกันน้ำท่วมคลุมรถ แบบนี้แล้วล่ะก็ คุณไม่ต้องไป

หาซื้อทีไหนไกลกันแล้วล่ะครับ เพราะ แค่ผ้าคลุมรถธรรมดาๆ ก็ป้องกันน้ำท่วมรถยนต์คันงามของคุณได้แล้ว !

มาใช้ผ้าคลุมรถกันน้ำท่วมเพื่อป้องกันรถคุณจากน้ำท่วมกันเถอะ!

เริ่มมาใช้ ผ้าคลุมรถโดยเลือกเอา size XL หรือยิ่งใหญ่ยิ่งดี เพราะจะได้สวมใส่กันได้สะดวก เพราะ

concept ของเราคือ การเอาผ้าคลุมรถแทนที่จะใส่จากด้านบน ก็เอามาใส่จากด้านล่างแทนครับ ตอนที่

คุณเลือกผ้าคลุมรถ ต้องเป็นผ้าหรือเป็นวัสดุอะไรก็ตามที่กันน้ำได้ด้วยเท่านั้น เพราะอาจจะมีผ้าคลุมรถที่

กันน้ำไม่ได้ (อันนี้ไม่แน่ใจว่ามีเหรอป่าวแต่ว่าถ้าหากว่าจะเอา sure ให้ถามคนขายด้วยน่ะครับว่า ผ้า

คลุมรถอันนี้กันน้ำได้แบบ 100% ด้วยหรือไม่)

ผ้าคลุมรถเป็นแบบที่ขอบยางเสียหน่อยก็น่าจะดีเพราะว่า ตอนสุดท้ายแล้ว เมื่อคุณเอาไปคลุมรถเสร็จ มัน

ก็จะเข้ารูปเหมือนกับเป็นการใส่เกงกางให้กับรถสุดรักของคุณยังไงล่ะครับ และทั้งนี้ก็จะเป็นการง่ายต่อ

การคลุมที่กระชับอีกด้วย

เริ่มต้นให้วางผ้าคลุมรถไว้ ณ ตำแหน่งที่คุณอยากจะจอดรถเอาไว้เช่น ที่จอดรถบ้านคุณเองเป็นต้น แล้วก็

ให้คนจับมุมเอาไว้ทั้งสองฝั่ง ถ้าหากว่าจะให้ง่ายที่สุดผมแนะนำว่า ควรจะมีคนจับมุมทั้งสี่ฝั่งไว้เลยจะทำใ

ห้การถอดจอดรถเพื่อเข้าผ้าคลุมรถทำได้ง่ายมากๆ หลังจากนั้นก็ให้คนขับถอยรถช้าๆ และเปิดกระจกรถ

เอาไว้เผื่อว่าจะตะโกนหากันตอนที่ คนจับผ้าโดนรถเหยียบก็จะได้บอกคนขับรถได้ครับ

การถอยรถต้องค่อยๆถอย โดยผ่านมุมเข้าผ้าคลุมช้าๆเป็นแนวเดียวกับผ้าคลุมรถ และ ผ้าคลุมควรจะต้อง

ขึงตึงเอาไว้ เพราะ เราไม่อยากจะให้รถเหยียบผ้าคลุมเอาไว้ เดี๋ยวมันจะยกขอบผ้าคลุมไม่ขึ้นครับ

เมื่อถอยรถได้ตำแหน่งอยู่กลางผ้าคลุมแล้วก็ให้คุณเอาขอบของผ้าคลุมคลุมเอาไว้รอบคัน ทั่วทั้งคันครับ

และ สำหรับการป้องกันที่จะทำได้จริง คุณจะต้องติด tape กาวแบบที่เมื่อมีน้ำชะจะต้องไม่หลุดลอกออกม

าด้วยครับ แนะนำว่าให้แปะก็แปะทั่วทั้งคันเพื่อความมั่นใจได้ว่า น้ำจะไม่ซัดหรือดึงผ้า หรือไปกร่อนเนื้อ

กาวเพื่อให้ผ้าคลุมหลุดลอกออกมาได้ง่ายๆ

ผมว่าวิธีการนี้ คือ การใช้ผ้าคลุมรถกันน้ำท่วม โดยเอามาคลุมแบบกลับหัวนั้น น่าจะเป็นทางเลือกที่ทำได้

ง่าย ด้วยอุปกรณ์ที่หาซื้อได้จากห้างร้านค้าทั่วไปครับ


ที่มา:Rackmanagerpro.com

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

7 วิธี ขับประหยัดกับเกียร์ ออโต้

ช่วงนี้แม้ราคาน้ำมันอาจจะลงไปแล้วหลังนโยบายรัฐบาลตัดสินลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันส่งผลให้ราคาทรุดฮวบไปในทันใด แต่ถึงจะเริ่มวางใจได้แต่นโยบายนี้ก็เปิดมาแล้วว่าเป็นเพียงแค่ชั่วคราว และการประหยัดที่แท้จริงยังอยู่กับเราๆท่านๆเหมือนเดิม

หลายครั้งที่เราออกมาพูดเรื่องการประหยัดน้ำมันปาวๆ ทำโน่นนี่นั่น แต่ครั้งนี้เราจะต่างออกไปด้วยการพูดถึงเทคนิคการขับเสียส่วนใหญ่ ที่คราวนี้เราขอตามกระแสกับ 7 เทคนิคที่คุณต้องรู้เอาไว้ ถ้าคุณกำลังใช้รถเกียร์อัตโนมัติ

1.รู้จักรถยิ่งขับยิ่งประหยัด เราหลายคนรู้จักรถดีขับมันทุกวันแต่ไม่คุ้นเคยกับนิสัยของมันเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่น่าแปลก เพราะการขับขี่นั้นจำเป็นต้องรู้จักรถให้ดี สิ่งหนึ่งที่ต้องจดจำคือช่วงที่แรงบิดสูงสุดถูกเรียกออกมา ซึ่งจะมีประโยชน์มากยามเร่งแซง

2.Walking Speed หลายคนที่ขับรถนั้นไม่ค่อยคุ้นกับคำนี้เท่าไรนักแต่ walking Speed นั้นหมายถึงการที่รถยนต์สามารถเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยที่เราไม่ต้องแตะคันเร่ง ตามปกติสำหรับเกียร์ออโต้แล้ว Walking speed คือสิ่งที่เราทำกันอยู่ประจำยามที่เราไม่ได้เดินคันเร่ง ซึ่งมีประโยชน์ตอนที่กาจราจรติดขัดหรือตอนเข้าที่จอดรถ เพราะยิ่งเร่งน้อยก็ยิ่งประหยัด

3 เกียร์ L ขึ้นทางชันรับรองว่าประหยัดกว่า ในการขึ้นทางชันนั้นเราหลายคนมักละเลยในการเปลี่ยนโหมดเกียร์มาใช้เกียร์ L ด้วยความสะดวกเข้าว่า ความจริงแล้วถามว่าผิดหรือคำตอบคือไม่ แต่มันไม่เหมาะสม เพราะเกียร์ D นั้นจะทำการเปลี่ยนเกียร์ แต่ในการขึ้นทางชันที่แรงต้านทานจากเนินสูง โดยเฉพาะการขึ้นที่จอดรถ การใช้เกียร์ L โดยใช้กำลังแรงบิดเครื่องส่งขึ้นนั้นจะทำให้รถไม่ต้องออกแรงสู้กับเนินมากผลคือประหยัดกว่า ชัวร์!

4.คิกดาวน์อย่าทำบ่อยถ้าไม่จำเป็น การคิกดาวน์ในเกียร์อัตโนมัตินั้นถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสร้างความสะดวกสบายในการเร่งแซง แต่มันก็ต้องแลกมาดัวยอัตรากินน้ำมัน ซึ่งแม้ระบบเกียร์ปัจจุบันจะมีการพัฒนาให้ตอบสนองได้ดีส่งกำลังได้มากยิ่งขึ้น แต่การคิกดาวน์ก็ยังเปรียบได้ดั่งการกระชากเกียร์อยู่ดี

หลายคนที่ขับเกียร์อัตโนมัติเข้าใจว่าการคิกดาวน์นั้นเป็นหนทางเดียวที่เร่งแซง แต่ความจริงแล้วนอกจากที่ปลายเท้าแล้วยังมีการใช้ระบบ Overdrive หรือ O/d ซึ่งทำให้เกียร์เปลี่ยนอย่างนิ่มนวลมากกว่าการคิกดาวน์หรือบางคันเป็นตำแหน่ง 3/D3 ตามแต่ยี่ห้อรถ

5 คันเร่งเดินให้เนียน หลายคนที่ไม่ได้ฝึกขับรถอย่างจริงจังนั้นมักจะไม่ทราบว่าการเดินคันเร่งนั้น เป็นเรื่องสำคัญยิ่งชีพในการพิชิตความประหยัดที่จะใช้น้ำมันทุกหยดให้คุ้มค่า การใช้คันเร่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากในรถเกียร์ออโต้ เพราะเมื่อเรากดคันเร่งลึกไประบบเกียร์ก็จะคิกดาวน์หรือน้อยไป รถก็วิ่งแบบคลานๆ เราต้องหาความพอดี โดยอาจจะใช้วิธีกดเร่งไปถึงระดับความเร็วที่ต้องการก่อนแล้วผ่อนรักษาความเร็ว ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่ให้การประหยัดน้ำมันที่ดีทีเดียว และที่สำคัญไปกว่านั้นพยายามรักษาความเร็วให้คงที่ตลอดทาง หากรถคุณมีระบบ Cruise Control อย่าลืมที่จะใช้มันในการขับขี่

6.เบรคให้น้อยชะลอบ่อยๆ เราหลายคนที่ขับรถยนต์เกียร์ออโต้ที่ชินกับการเร่งและเบรคนั้น อาจจะไม่ค่อยมีสไตล์การขับขี่ที่ใช้วิธีชะลอความเร็วเหมือนคนที่ขับรถเกียร์รรมดา ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากความคุ้นเคย แต่เชื่อหรือไม่การชะลอความเร็วโดยไม่เบรคนั้นเป็นหนึ่งในกระบวนการของวิธีประหยัดน้ำมันด้วย

เรื่องนี้ฟังดูไม่น่าเกี่ยวกันแต่มันคือข้อเท็จจริงที่ว่าเมื่อเราเบรคลดลมจากท่อไอดีจะถูกดูดมาที่หม้อลมเพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์ซึ่งจะมีอัตราลดลงมากกว่าการที่เราไม่เหยียบคันเร่งหรือชะลอความเร็ว นี่ยังไม่นับการสูญเสียน้ำมันกับการเร่งเมื่อความเร็วลดลงกว่าที่ขับปติ ซึ่งเท่ากับการซดน้ำมัน 2 เท่าตัว

7.หัดใช้เทคโนโลยีใหม่ ปัจจุบันรถยนต์เกียร์ออโต้หลายรุ่นเริ่มมีการติดตั้งระบบ start/stop function เข้ามาเพื่อหยุดการทำงานเครื่องยนต์ชั่วคราว ระบบนี้ช่วยคุณประหยัดได้มาก-มาที่สุดในสภาวะการจราจรที่ติดขัด เพราะเมื่อเครื่องยนต์หยุดทำงานก็หยุดจ่ายน้ำมัน ผลคือประหยัดแน่นอน ดังนั้นจึงควรเรียนรู้ไว้ โดยปกติแล้วระบบดังกล่าวจะทำงานเมื่อเราเหยียบแป้นเบรคเป็นระยะเวลานานๆ ส่วนวิธีการรีสตาร์ทเครื่องนั้นก็เพียงกดคันเร่งก็สามารถขับขี่ต่อได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายระบบที่สำคัญต้องลองหัดดูครับ

ทั้ง 7 ข้อนี้เป็นเพียงเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ช่วยให้คุณสามารถเซฟเงินในกระเป๋าได้เมื่อขับรถเกียร์ออโต้ ที่แม้ราคาน้ำมันในชั่วโมงนี้อาจจะยังไม่น่าห่วงแต่ฝึกเอาไว้ให้ชินจะมีประโยชน์มากเมื่อยามน้ำมันกลับมาแพง

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ขายที่ดินชลบุรี




ขายที่ดิน
ชื่อโครงการบ้านเนินน้ำ ถ.บายพาสชลบุรี-ระยอง (ไม่แน่ใจชื่อถนน)
ต.มะขามเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ในโครงการมีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่าพร้อมใช้
ล้อมรอบด้วยภูเขา และอ่างเก็บน้ำ
เนื้อที่ 80 ตรว. ๆ ละ 8000 บาท ค่าโอนแล้วแต่ตกลง
จากที่ดินไปพัทยาประมาณ 15 นาที สามารถปลูกบ้านได้ตามแบบของตัวเอง
โรส 0869964323

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วงแหวนแห่งไฟ

วงแหวนแห่งไฟคืออะไร
วงแหวนแห่งไฟ (Pacific Ring of Fire) เป็นชื่อเรียกบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิค ที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ความยาวประมาณ 40,000 กิโลเมตร

วงแหวนแห่งไฟเป็นผลมาจากการเคลื่อนที่และการชนกันของแผ่นเปลือกโลก วางตัวตัามแนวร่องสมุทรแนวภูเขาไฟ และบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลก โดยมีภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ภายในวงแหวนแห่งไฟทั้งหมด 452 ลูก และเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่กว่า 75% ของภูเขาไฟคุกรุ่นทั้งโลก ซึ่งบางครั้งจะเรียกว่า Circum-Pacific Belt หรือ Circum-Pacific Seismc Belt นอกจากภูเขาไฟแล้ว ประมาณ 90% ของแผ่นดันไหวที่เกิดขึ้นทั่วโลกและกว่า 80 % ของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกิดขึ้นในบริเวณวงแหวนแห่งไฟนี้

ภูเขาไฟที่คนรู้จักเพราะได้ยินชื่ออยู่บ่อย ๆ ที่ตั้งอยู่ในวงแหวนแห่งไฟ เช่น ภูเขาไฟวิลลาต์ริกา ประเทศชิลี ภาเขาไฟเซนต์เฮเลนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยเกิดการระเบิดครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.1980 พ่อเถ้าถ่านออกมากกว่า 1.2 ลูกบาศกิ์กิโลเมตร ภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น ระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ ค.ศ.1707 ภูเขาไฟพินาตูโบ ประเทศฟิลิปปินส์ เคยระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อปี ค.ศ.1991 ภูเขาไฟแทมโบรา เคลูด และเมราปี ในประเทศอินโดนีเซีย ภูเขาไฟลูอาเปทู ประเทศนิวซีแลนด์

แนวแผ่นดินไหวในโลก นอกจากวงแหวนแฟงไฟยังมีอีก 2 แห่ง ได้แก่ แนวเทือกเขาอัลไพน์ ซึ่งมีแนวต่อมาจากเกาะชวาสู่เกาะสุมาตราผ่านเทือกเขาหิมาลัย และทะเลเมติเตอร์เรเนียน แนวแผ่นดินไหวแห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น 17% ของทั้งโลกและอีกแห่งคือแนวกลางมหสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น 5-6% ของทั้งโลก

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ผลไม้พืนบ้าน ภาคอีสาน

ผลไม้พืนบ้าน ทางภาคอีสาน แต่บางชนิดทางภาคอื่น ๆ ก็มี แต่ชื่ออาจจะเรียกไม่เหมือนกัน

ตะขบ



บักขามป้อม


บักบก





บักค้อ




บักยางป่า




บักหว่า






บักผีผ่วน





บักเบน




บักเม่า





บักหวดข่า




บักหวายป่า




หมากต่องแร่ง




หมากเม็ก