แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อายุยึน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อายุยึน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อยู่อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพถึงอายุ 140 ปี มีทางไหม (3)

อยู่อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพถึงอายุ 140 ปี มีทางไหม (3)

เพื่อให้อายุหลัง 100 ปี มีคุณภาพและแข็งแรง เราจึงควรเน้นการดูแลรักษาในเรื่องน้ำหนักตัวให้เหมาะสมตลอดชีวิต รวมทั้งการออกกำลังกายที่ถูกวิธี เพราะยังมีคนส่วนใหญ่ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องการออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักตัว

ผมขอเริ่มจากการคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสมในแต่ละอายุ เราคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า โรคอ้วนบั่นทอนสุขภาพและสมองอย่างไร จึงขอยกข้อเสียของโรคอ้วนมากล่าวก่อนเพราะหาคนที่เป็นโรคอ้วนแล้วมีอายุเกิน 100 ปีได้ยาก เนื่องจากคนอ้วนมักจะเสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ก่อนวัย 80 ปีเป็นส่วนใหญ่ ในที่นี้จะขอสรุปคร่าว ๆ ถึงปัญหาที่ตามมากับโรคอ้วน คือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ โรคตับ โรคไต โรคของไขข้อต่าง ๆ และโรคสมองขาดออกซิเจนเวลานอน ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ ทำให้คนที่เป็นโรคอ้วนขาดคุณภาพชีวิต และภาวะเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยเด็กที่เป็นโรคอ้วน ดังนั้นจึงควรป้องกันตนเองและลูกหลานไม่ให้เป็นโรคอ้วนทุกช่วงเวลาของชีวิต

อาหารที่นิยมรับประทานในบ้านเรามีทั้งที่สนับสนุนให้เป็นโรคอ้วน และช่วยป้องกันหรือรักษาไม่ให้เป็นโรคอ้วน อาหารสหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างจะอ้วนนั้น ควรเน้นอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบให้มาก โดยมีการใช้น้ำมันในการทำอาหารน้อย โดยเริ่มจากมื้อเช้า ควรเป็นโจ๊กที่เติมผักให้มากขึ้นหรือข้าวต้ม โดยมีกับข้าวที่ไม่ทอดน้ำมัน เช่น ปลานึ่ง ไข่เค็ม ผักกาดดอง เป็นต้น หากทุกคนฝึกรับประทานอาหารทุกเช้า ปฏิบัติเช่นนี้เพียง 10 กว่าวัน จะรู้สึกสบายตัว เดินเหินได้คล่องตัวขึ้น มื้อกลางวันให้หันมารับประทานก๋วยเตี๋ยวน้ำเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ หรือบะหมี่ก็ได้ จะมีกระเทียมเจียวใส่ก็ไม่เป็นไร แล้วดื่มน้ำเย็นสักแก้ใหญ่ ในช่วงบ่าย หลังจากใช้สมองมานานอาจจะหิวบ้าง จะรับประทานผลไม้จำพวกฝรั่ง ชมพู่ หรือมะละกอให้พออิ่มท้อง ก่อนที่จะออกไปเล่นกีฬา แล้วเมื่อมาถึงมื้อเย็นก็สามารถรับประทานข้าวสวยสัก 2 ทัพพีกับกับข้าวปกติทั่วไปได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงไข่เจียวและเนื้อสัตว์ที่ชุบแป้งทอด ก่อนนอนดื่มนมขาดมันเนยที่เพิ่มแคลเซียม 1 แก้วกับผลไม้ จานเล็กอีก 1 จาน ก็จะทำให้หลับสบายไปตลอดทั้งคืน

น้ำหนักตัวในช่วงอายุ 40 – 60 ปี ของผู้ชายแต่ละคนให้ใช้ความสูงลบด้วย 100 ส่วนผู้หญิงให้ลบด้วย 105 เช่น ผู้ชายสูง 175 เซนติเมตร ก็ไม่ควรมีน้ำหนักตัวเกิน 75 กิโลกรัม ส่วนผู้หญิงถ้าสูง 165 เซนติเมตร ก็ไม่ควรมีน้ำหนักตัวเกิน 60 กิโลกรัม ช่วงอายุ 60 – 80 ปี ควรมีน้ำหนักตัวลดลงมาอีก 3 – 5 กิโลกรัม คือ ผู้ชายลบด้วย 105 ผู้หญิงลบด้วย 110 ดังนั้น ถ้าผู้ชายสูง 175 เซนติเมตร น้ำหนักตัวไม่ควรเกิน 70 กิโลกรัม ผู้หญิงที่สูง 165 เซนติเมตร น้ำหนักตัวไม่ควรเกิน 55 กิโลกรัม ในช่วงอายุ 80 – 100 ปี ผู้ชายควรลบด้วย 108 ผู้หญิงควรลบด้วย 112 ดังนั้นผู้ชายที่สูง 175 เซนติเมตร ควรมีน้ำหนักตัวไม่เกิน 67 กิโลกรัม หลังอายุ 100 ปี อาจจะมีน้ำหนักตัวลดลง 1 กิโลกรัม ทุก ๆ 5 ปีที่ผ่านไป การมีน้ำหนักตัวที่ลดลงจากอายุที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยทำให้อวัยวะภายในร่างกายทำงานได้ดีตามเวลาที่เปลี่ยนไป แต่ก็ไม่ควรให้ร่างกายผอมหรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ข้างต้นมากเกินไป การควบคุมน้ำหนักตัวให้ได้ ดังนี้ ควรปฏิบัติควบคู่กับการรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทุกหมู่ และการออกกำลังกายที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ

คราวนี้มาพูดถึงเรื่องการออกกำลังกาย ซึ่งมีความสำคัญมากทำให้อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายแข็งแรงและคงความสดชื่นตลอดเวลา หลักสำคัญในการออกกำลังกาย คือต้องมีการเคลื่อนไหวของแขนขาอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยวันละ 30 – 40 นาที โดยระมัดระวังการลงน้ำหนักตัวมาที่หัวเข่าทั้งสองข้าง เพราะการกระแทกน้ำหนักตัวลงมาที่หัวเข่าข้างใดข้างหนึ่งบ่อยๆ อาจจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนเวลาได้ การวิ่งหรือการเดินเร็ว ๆ อย่างต่อเนื่องก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด โดยต้องให้ความสำคัญกับรองเท้าที่จะใช้ให้มาก เพราะรองเท้าจะต้องรับน้ำหนักตัวเพื่อไม่ให้ฝ่าเท้ากระแทกกับพื้นมากเกินไป จึงควรเป็นรองเท้าสำหรับการวิ่งโดยเฉพาะ หลังอายุ 60 – 70 ปีขึ้นไป การว่ายน้ำก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีอีกวิธีหนึ่ง เพราะน้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักตัว และหัวเข่าไม่ให้มาแบกภาระน้ำหนักตัวขณะออกกำลังกาย อีกทั้งน้ำยังมีส่วนช่วยระบายความร้อนที่เกิดขึ้นจากการออกกำลงกายได้ดี

ส่วนการทำโยคะไม่สามารถทดแทนการออกกำลังกายได้ แต่ช่วยเสริมการออกกำลังกาย เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและไขข้อต่าง ๆ ยืดหยุ่นได้ดี จึงนำมาเสริมกับการออกกำลังกายดังที่กล่าวมาข้างต้นได้ การอบซาวน่าหรือการแช่น้ำอุ่น ไม่มีหลักฐานว่าช่วยส่งเสริมสุขภาพใด ๆ จึงไม่แนะนำให้ทำ และไม่แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าหนาขณะออกกำลังกาย เพื่อให้มีการเสียเหงื่อมาก เพราะการเสียเหงื่อมากเกินไป ไม่ได้เป็นผลดีต่อสุขภาพเท่ากับการเคลื่อนไหวของแขนขาเป็นเวลานาน และขอเสริมอีกเคล็ดลับหนึ่งก็คือ หลังออกกำลังกายให้รับประทานวิตามินอีวันละ 100 มิลลิกรัม ก็จะช่วยลดอาการปวดไขข้อและเส้นเอ็นได้ดี

เพื่อให้ชีวิตหลังอายุ 100 ปีมีคุณภาพที่ดีจึงควรฝึกการใช้สมองอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่าคิดว่าเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว ไม่จำเป็นต้องฝึกสมองอีกต่อไปแล้ว ซึ่งสมองจะค่อย ๆ เฉื่อยชาลง เสื่อมลงเพราะไม่ได้ใช้งาน การได้อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ เล่นเกมต่าง ๆ เช่น หมากฮอส หมากกระดาน หรือกีฬาที่มีการแข่งขัน คิดคำนวณ และมีการวางแผนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งควรเหมาะสมกับช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไปด้วย สิ่งเหล่านี้ก็มีส่วนทำให้สมองไม่แก่เร็วเกินไป จนถึงขั้นหลง ๆ ลืม ๆ ได้

หวังว่าหลายท่านที่ได้อ่านแล้วจะเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ การรักษาน้ำหนักตัว และการออกกำลังกาย เพื่ออายุที่ยืนยาว แข็งแรง ซึ่งควรดูแลสุขภาพตั้งแต่อายุ 40 ปีเป็นต้นไป เพราะในแต่ละปีหลังจากอายุ 40 ปีไปแล้ว อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย จะมีการเสื่อมที่เร็วขึ้น ดังนั้นเราจึงควรปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพ การรักษาน้ำหนักตัว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการรับประทานอาหารต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น อย่างต่อเนื่อง

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อยู่อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพถึงอายุ 140 ปี มีทางไหม (2)

อยู่อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพถึงอายุ 140 ปี มีทางไหม (2)

การดูแลสุขภาพฟันให้แข็งแรงตลอดเวลา ขั้นตอนที่ต้องทำควบคู่กันก็คือ การดูแลหลอดเลือดในร่างกายให้ทำงานปกติ และเพื่อป้องกันสมองเสื่อมเมื่อย่างเข้าสู่วัยอายุเกิน 100 ปี จะสังเกตให้ดีว่า ผมระมัดระวังการใช้คำว่า วัยชรา ในเนื้อหาตลอด เพราะวัย 70 ปี ที่ในอดีต เรามักจะเรียกกันว่าเป็นวัยชรานั้น ผมอยากจะให้เปลี่ยนเป็นวัยกลางคน วัยชราจึงอาจจะหมายถึงวัยที่มีอายุตั้งแต่ 100 ปีขึ้นไป ซึ่งจะเป็นจริงในอีก 10 – 20 ปีต่อจากนี้ โดยขอให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำต่าง ๆ

การตีบตันของหลอดเลือดส่วนใหญ่เกิดจากคอเลสเตอรอล ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป เช่น ไข่แดง หนังสัตว์และเครื่องในสัตว์ ดังนั้นจึงควรควบคุมการรับประทานอาหารเหล่านี้ สัปดาห์หนึ่งไม่ควรรับประทานไข่แดงเกิน 3 ฟอง ในร่างกายของเราจะมีตัวกำจัดคอเลสเตอรอลที่จะไปสะสมตามหลอดเลือด ที่เราเรียกว่า HDL-chol ถ้ามีมากก็จะช่วยปกป้องโรคหลอดเลือดตีบได้ เราสามารถเพิ่ม HDL-chol ได้โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คอเลสเตอรอลอีกส่วนหนึ่งจะถูกสร้างภายในร่างกาย จึงควรหมั่นตรวจเช็คระดับคอเลสเตอรอลด้วย เพราะถึงแม้จะควบคุมอาหารแล้วก็ตาม แต่ร่างกายอาจจะสร้างขึ้นมามากและกำจัดได้ไม่ดี จึงทำให้เกิดการสะสมขึ้นมาในร่างกายได้ การตรวจเช็คระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงเป็นช่องทางหนึ่งในการมัดระวังการตีบตันของหลอดเลือดได้

เพื่อให้วัย 70 ปี เป็นวัยกลางคน ร่างกายควรจะมีกระดูกที่แข็งแกร่งที่สุดในระยะนี้ และจะยังคงแข็งแรงต่อไปจนถึงอายุ 100 ปีขึ้นไป จากการศึกษาขณะนี้พบว่า มนุษย์จะมีมวลกระดูกมากที่สุด เมื่ออายุ 25 – 30 ปี หลังจากนั้นมวลกระดูกในร่างกายจะค่อยๆ ลดน้อยลง ถ้าไม่ระมัดระวังหรือดูแลมวลกระดูกในเรื่องนี้ให้ดี เพียงอายุ 60 ปี ก็จะมีปัญหาเรื่องกระดูกผุกร่อนได้ ทั้งบริเวณสันหลังและบริเวณท่อนขา ซึ่งจะทำให้กระดูกหักหรือกระดูกสันหลังทรุด เสื่อมตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดูชราก่อนวัยอันควร

การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมมาก และสม่ำเสมอจะช่วยทำให้มีมวลกระดูกที่หนาแน่นตลอดเวลา การดื่มนมวัววันละ 1 ลิตร ทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูกอย่างเพียงพอ แต่ขณะนี้นมวัวส่วนใหญ่ที่มีจำหน่ายได้เสริมแคลเซียมให้มากขึ้น การดื่มเพียงครึ่งลิตร หรือ 2 แก้วต่อวัน ก็จะให้แคลเซียมเพียงพอ แต่ก็ควรระมัดระวังเรื่องของไขมันในนมวัวด้วย ถ้าเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวเริ่มจะเกินกว่ามาตรฐานก็ควรดื่มนมวัวชนิดขาดมันเนยที่มีไขมัน 0% หรือในกรณีที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมากจนออกไปทางอ้วนแล้ว ก็ควรรับประทานยาเม็ดแคลเซียมเพื่อให้ได้รับแคลเซียมประมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัม แทนการดื่มนมวัวก็น่าจะเหมาะสมกว่า การรับประทานอาหารอื่นที่ทำมาจากนมวัว เช่น ชีส ไอศกรีม หรือโยเกิร์ต ก็สามารถให้แคลเซียมมาบำรุงกระดูกได้เช่นกัน แต่ต้องระวังทั้งชีสและไอศกรีมจะให้ไขมันมาก จึงเป็นการเพิ่มน้ำหนักตัวที่มากเกินไปจนส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยให้ร่างกายได้รับแสงแดดอ่อน ๆ เป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ส่วนการถูกแสงแดดจ้าเกินไป และนานเกินไปอาจจะทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้ นอกเหนือจะทำให้เกิดฝ้าขึ้นที่ใบหน้าแล้ว การออกกำลังกายอาจจะเลือกเวลาเล่นกีฬากลางแจ้ง โดยอาจจะเป็นเวลาบ่าย 4 โมงครึ่งขึ้นไป หรือถ้าเป็นเวลาเช้า ก็ควรจะก่อน 8 โมงเช้า ก็จะเป็นเวลาที่แสงแดดไม่จ้า และไม่ร้อนเกินไป ควรทาครีมกันแดดและสวมหมวก เพื่อป้องกันผิวหน้าไม่ให้ได้รับแสงแดดมากเกินไปก็จะดี ถ้าสามารถรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ได้รับแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง เมื่ออายุย่างเข้า 100 ปีได้อย่างแน่นอน

และอีกเรื่องที่อยากจะเน้นเพื่อให้มีอายุ 100 ปีขึ้นไปให้ได้ ก็คือ การป้องกันมะเร็ง ในแต่ละปี มะเร็งได้คร่าชีวิตคนวัยทำงานมากเป็นอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุ ผู้ชายก็มีมะเร็งจำพวกหนึ่ง ในขณะที่ผู้หญิงก็มีมะเร็งอีกจำพวกหนึ่ง ดังนั้นอย่าปล่อยให้เป็นโรคมะเร็ง เพราะจนถึงปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้เลย จึงควรป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็ง หรือหาวิธีการที่ค้นหามะเร็งในระยะเริ่มต้นให้ได้ เพราะจะรักษาง่ายกว่าการปล่อยให้มะเร็งลุกลามไปแล้ว ทั้งนี้หากมารู้ว่าเป็นมะเร็งในระยะสุดท้ายแล้วเกิดเป็นรักษาและควบคุมได้ยาก

การป้องกันมะเร็งโดยทั่วไป ก็คือ อย่าให้อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งสัมผัสกับสารเคมี แสงแดด หรือสิ่งเจอปนอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป การรับประทานอาหารที่มีสารไดออกซิน ซึ่งเกิดจากการทอดน้ำมัน การสูดดมอากาศที่มีสารเคมีเจือปน การสูบบุหรี่ การที่ผิวหนังถูกแสงแดดมากเกินไป และการมีภาวะท้องผูกเรื้อรัง เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งตามอวัยวะที่ได้รับสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ จึงควรป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า

การสืบค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรก ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่แนะนำให้ทุกคนทำ สำหรับผู้ชายควรสืบค้นหามะเร็งของกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ โดยเมื่ออายุย่างเข้า 50 ปี ขึ้นไปควรได้รับการส่องกล้องทั้งกระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่ เพื่อหามะเร็งทั้งสองชนิดนี้ อีกทั้งปรึกษาแพทย์ทางโรคระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่ออายุมากกว่า 60 ปี เพื่อหมั่นค้นหามะเร็งต่อมลูกหมาก สำหรับผู้หญิง การตรวจภายในตั้งแต่อายุ 25 ปี ขึ้นไปเป็นระยะ ๆ เพื่อหามะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ระยะเริ่มแรก็เป็นเรื่องที่ดี และควรได้รับการตรวจรังสีที่บริเวณเต้านม (Mammography) ก่อนวัย 40 ปี และตรวจเป็นระยะๆ เพื่อสืบค้นหามะเร็งเต้านมให้ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

สำหรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคมะเร็งที่เพิ่งมีจำหน่ายก็คือ วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งควรฉีดให้เด็กหญิงก่อนวัยรุ่นและก่อนมีเพศสัมพันธ์ ก็พอจะช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งชนิดนี้ได้ ส่วนทารกทุกคนขณะนี้ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบจากไวรัสบี จะช่วยไม่ให้เป็นมะเร็งตับอันเนื่องมาจากการเป็นตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสชนิดนี้

วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อยู่อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพถึงอายุ 140 ปี มีทางไหม (1)

อยู่อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพถึงอายุ 140 ปี มีทางไหม (1)

ทุกวันนี้ เราเริ่มเห็นคนอายุมากกว่า 100 ปีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น วงการแพทย์สนใจเรื่องการยืดอายุของมนุษย์มาก มีงานวิจัยออกมามากมายถึงวิธีการและขั้นตอนต่าง ๆ ที่มีส่วนที่ทำให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันมีอายุยืดยาวมากขึ้น

เพื่อให้บรรลุถึงจุดประสงค์ที่จะให้มีอายุยืนถึง 140 ปีอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ จึงควรทำให้สุขภาพของคนวัย 70 ปี เท่ากับวัยกลางคน หรือทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงเท่ากับคนอายุ 40 ปี ในปัจจุบัน

ขอเริ่มจากการดูแลสุขภาพฟันเป็นอันดับแรก ที่ต้องพูดถึงการดูแลฟันก่อน ก็เพราะฟันเป็นด่านหน้าในการเคี้ยวอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ถ้าสุขภาพฟันไม่ดี ก็จะทำให้ไม่อยากจะรับประทานอาหารบางชนิด เช่น เนื้อสัตว์ และ ผัก ซึ่งทำให้ขาดความสมดุลในอาหาร ทันตแพทย์มักจะเตือนว่าอย่าลืมบ้วนปากทุกครั้งที่รับประทานอาหารหรือขนม และแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือเช้าและก่อนนอน อีกทั้งให้ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน เท่านี้ยังไม่เพียงพอ เพราะทุกครั้งที่รับประทานอาหารหรือขนม มักมีเศษอาหารติดอยู่ทั้งตัวฟันและระหว่างฟัน การแปรงฟันอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ โดยเฉพาะบางคนที่มีฟันบางซี่เริ่มทิ้งตัวออกห่างจากซี่อื่น ทำให้เกิดช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างฟันทำให้เศษอาหารลงไปได้ ซึ่งการแปรงฟันไม่สามารถเอาเศษอาหารออกมาได้ การใช้ไหมขัดฟันในร่องระหว่างฟันนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้ จึงควรใช้ไหมขัดฟันเอาเศษอาหารออก แล้วจึงแปรงฟัน และปิดท้ายด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปากทุกครั้งที่แปรงฟันเสร็จ โดยสรุปใน 1 วัน ควรแปรงฟันวันละ 5 ครั้ง คือ เช้า ก่อนนอน และ 3 ครั้งหลังอาหาร และอีก 1 ครั้งก่อนนอน การดูแลฟันเช่นนี้ควรหมั่นทำตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่นและทำไปตลอดชีวิต เหตุผลที่ต้องพูดถึงเรื่องฟัน เพราะการมีสุขภาพฟันที่สมบูรณ์ จะช่วยให้เคี้ยวอาหารที่จำเป็นและหลากหลายชนิด และจะทำให้ไม่ขาดสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง

นอกจากการป้องกันมิให้ฟันผุตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ก็ยังเกิดฟันผุขึ้นได้ ทันตแพทย์ก็จะรักษาฟันซี่ที่ผุไว้ โดยการรักษารากฟัน อุดฟันและครอบฟันซี่นั้นเพื่อให้อยู่ตำแหน่งเดิม ไม่จำเป็นก็อย่าถอนฟันซี่ใดซี่หนึ่งออก เพราะเมื่อซี่หนึ่งถูกถอนก็จะเกิดการโอนเอน และห่างกันของฟันซี่อื่น ๆ ทำให้เศษอาหารติดฟันได้ง่าย และทำให้เคี้ยวอาหารไม่สะดวก จนส่งผลทำให้ไม่อยากจะรับประทานอาหาร และในระยะยาวทำให้ขาดสารอาหารได้

ลำดับต่อมา คือ การหมั่นดูแลและป้องกันหลอดเลือดตามร่างกายไม่ให้ตีบตัน โดยเฉพาะหลอดเลือดที่จะไปเลี้ยงหัวใจ การดูแลหลอดเลือดตามร่างกายไม่ให้ตีบตันก่อนวัยอันควรมีความสำคัญมาก โดยเริ่มจากอาหารควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง หนังสัตว์ และเครื่องในสัตว์ ไม่ควรรับประทานบ่อย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากกว่าปกติ โดยคิดง่าย ๆ ดังนี้ ให้ใช้ความสูงของตนเองลบด้วย 100 นั่นคือ น้ำหนักตัวที่หนักได้สูงสุด เช่น สูง 170 เซนติเมตร ก็ควรมีน้ำหนักตัวมากสุดที่ 70 กิโลกรัม เมื่อควบคุมอาหาร ควบคุมน้ำหนักตัว และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว ก็ควรตรวจเช็คเลือดเพื่อไม่ให้คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเกิน 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และน้ำตาลในเลือดไม่ควรเกิน 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร การรับประทานผักและผลไม้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพอีกทางหนึ่ง

เมื่อระวังผลเลือดไม่ให้ผิดปกติ โอกาสที่เส้นเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงที่หัวใจจะตีบตันก็น้อยลง จึงช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ และทำให้เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดี จึงช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมได้ด้วย ในขั้นต่อไปควรหมั่นตรวจวัดความดันโลหิตและชีพจร ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป โดยตรวจเช็คทุก 3 เดือน เพราะอาจจะผิดปกติขึ้นมาเมื่อใดก็ได้ ความดันโลหิตที่ปกติไม่ควรเกิน 120/80 มิลลิเมตรปรอท ควรให้ทั้งสองค่าต่ำกว่านี้ทุกครั้งที่ตรวจวัด และชีพจรในขณะพักผ่อนไม่ควรเกิน 72 ครั้งต่อนาที การที่ค่าความดันโลหิตและชีพจรอยู่ในระดับปกติจะช่วยให้หัวใจทำงานไม่หักโหมเกินไป ทั้งนี้เพราะหัวใจจะต้องแบกภาระการสูบฉีดเลือดเพื่อเลี้ยงร่างกายไปอีก 100 กว่าปี จึงไม่ควรให้หักโหมตั้งแต่อายุเพียง 40 ปี

การจะมีอายุยืนถึง 100 กว่าปีขึ้นไป ก็ควรจะมีสมองที่ยังมีความจำเป็นปกติเช่นเดิม จึงควรป้องกันสมองไม่ให้หลง ๆ ลืม ๆ ที่พบเห็นในปัจจุบันมีจำนวนมาก โรคทางสมอง 2 โรคที่พบบ่อย คือ โรคอัลไซเมอร์ (ความจำเลอะเลือน) และโรคพาร์กินสัน (โรคมือขาสั่นเวลาเคลื่อนไหว) ซึ่งในปัจจุบันพบว่า มีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ โรคหลอดเลือกในสมองตีบ การรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์มากเกินไป และอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระน้อยเกินไป ซึ่งจาก 3 สาเหตุนี้ เป็นตัวเร่งทำให้เกิดโรคทั้งสองนี้ ดังนั้นจึงควรป้องกันตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป โดยการควบคุมไขมันในร่างกายไม่ให้สูงเกินไป ดังที่กล่าวมาแล้ว ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และมีการรับประทานอาหารที่มีสารอนุมูลอิสระให้ครบถ้วน คือ วิตามินเอ ซี อี และธาตุเซเลเนียม ซึ่งวิตามินเอ มีมากในผักชนิดต่าง ๆ รวมทั้งผักชนิดหัวที่มีสี เช่น ฟักทองและแครอท ส่วนวิตามินซีมีมากในผักใบเขียวและผลไม้ต่าง ๆ ธาตุเซเลเนียมมีมากในเนื้อสัตว์และตับสำหรับวิตามินอี ควรต้องรับประทานเสริมตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ประมาณวันละ 100 มิลลิกรัมก็ได้ เมื่อรับประทานได้ดังนี้ ก็จะช่วยทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเพียงพอตลอดเวลา