แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคลเซี่ยม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคลเซี่ยม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

แคลเซียม

แคลเซียมกับการเกิดโรคกระดูกพรุน

หนึ่งวันคนไทยต้องได้รับแคลเซียม 800-1500 mg ถึงจะพอเพียงต่อการป้องกันโรคกระดูกพรุน แต่ปัจจุบันคนไทยได้รับแคลเซียมเฉลี่ยต่อวันแค่ 361 mg เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ หากร่างกายคนได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมที่กระดูกมาใช้ เมื่อเกิดขึ้นเป็นประจำ แคลเซียมถูกดึกออกมาใช้มากจนกระทั่งกระดูกพรุน เปราะบางทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง แตกหักง่ายแม้จะได้รับการกระแทกเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้ เป็นอาการของโรค กระดูกพรุน

ในระยะแรกโรคนี้จะไม่แสดงอาการออกมา จนกระทั่งมีความรุนแรงมากขึ้น จึงแสดงอาการออกมา เช่น ปวดหลังเรื้อรัง หลังค่อมเนื่องจากการยุบตัวของกระดูกสันหลัง หรือกระดูกสะโพกหัก ทำให้เดินไม่ได้เหมือนเดิม และเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ผู้ที่เสี่่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน
1.ผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป พบว่าการสะสมแคลเซียมในกระดูกมีค่าเท่ากับศูนย์ นั่นคือ ขบวนการสะสมแคลเซียมในกระดูกกับการสลายแคลเซียมออกจากกระดูกมีค่าเท่ากัน พออายุเพิ่มมากขึ้น ความสามารถในการสะสมแคลเซียมในกระดูกจะน้อยกว่ากระบวนการสลายแคลเซียมออกจากกระดูก ทไให้เนื้อกระดูกบางลง
2.หญิงวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเพศที่ลดลง ทำให้ขบวนการสลายแคลเซียมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้ไว้ขึ้น
3.ผู้ที่ดื่มการแฟเป็นประจำ พบว่าการดื่มกาแฟเป็นประจำจะรบกวนการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย
4.ผุ้ที่ขาดการออกกำลังกาย
5.ผุ้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ
6.ผุ้ที่สูบบุหรี
7ผู้ที่ขาดแคลเซียม หรือวิตามินดี


วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

วิตามินที่มีประโยชน์ในการสร้างกระดูก

แคลเซียม เป็นแต่ธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกาย โดยร้อยละ 99 ของแคลเซียมทั้งหมดจะอยู่ในกระดูกและฟัน ส่วนที่เหลือจะอยู่ในกระแสเลือดและเซลล์ต่าง ๆ ดังนั้นเพื่อลดอัตราการสลายตัวของกระดูกโดยเฉลี่ยผู้ใหญ่ทั้วไปควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,200 มิลลิกรัม และสำหรับผู้สูงอายุ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน

วิตามินที่มีประโยชน์ในการสร้างกระดูก
วิตามินเค มีการศึกษาพบว่าวิตามินเคมีบทบาทสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียมในกระแสเลือดมาใช้ในการสร้างกระดูก หากร่างกายได้รับวิตามินเคอย่างเพียงพอทุกวัน พร้อม ๆ กับแคลเซียมก็จะช่วยเพิ่มมวลกระดูกให้กระดูกแข็งแรงขึ้น ชะลอการสลายของเนื้อกระดูกให้ช้าลงได้
เราสามารถได้รับวิตามินเคจากอาหารต่าง ๆ เช่น ผักกะหล่ำปลี ผักบุ้ง บรอกโคลี ต้นหอม ผักใบเขียวต่าง ๆ ถั่งเหลือง ถั่วหมัก เต้าเจี้ยว น้ำมันพืช ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากนม โดยเฉพาะสมัยนี้มีนมชนิดแคลเซียมสูงที่เสริมด้วยวิตามินเค เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการป้องกันโรคกระดูกพรุนตั้งแต่เนิ่น ๆ

วิตามินดี เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซับแคลเซียมจากอาหารได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยให้กล้ามเนื้อเราทำงานได้ดีควบคุมการทรงตัวไม่ให้ล้ม โดยแหล่งวิตามินดีที่สำคัญและง่ายที่สุดคือ แสงแดด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายจึงมักแนะนำให้คนเราเดินเล่น หรือออกกำลังกายในช่วงเวลาที่มีแดดอ่อน ๆ เช้าหรือเย็น รวมทั้งการกินอาหารที่มีวิตามินดี อย่างเช่น นม ปลาแซลมอน หรือกุ้ง เป็นต้น

วิตามินซี เป็นที่รู้จักดีว่าเป็นวิตามินที่มีบทบาทในการสร้างเนื้อเยื่อโครงสร้างอันเป็นที่อยู่ของแคลเซียม เช่น กระดูกและฟัน วิตามินซี มีมากในผัก ผลไม้ที่มีรสเปรียว รวมทั้ง นม นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงอาหาร เครื่องดื่มและพฤติกรรมบางอย่างที่เป็นภัยต่อกระดูก เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ รวมทั้งอาหารเค็ม ๆ ที่มีเกลือโซเดียมมากไป ซึ่งจะทำให้ร่างกายไม่สามารถนำแคลเซี่ยมมาใช้ได้เต็มที่

เรียบเรียงโดย g-one
ข้อมูลจาก
HealthToday Special
No.2 Foodiscovery